Showing posts with label digital advertising. Show all posts
Showing posts with label digital advertising. Show all posts

06 April 2007

ดิจิตอลริมถนน

สวัสดีครับ ขณะที่ท่านอ่านบทความนี้ ท่านอยู่ที่ไหนครับ … ขณะที่ผมเขียนบทความนี้ ผมนั่งอยู่ริมถนนในซอยทองหล่อ เขียนไปมองน้ำพุไป อย่าอิจฉานะครับ … ระยะหลังมานี้ Wi-Fi เริ่มมีให้ใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วครับ ทองหล่อ เป็นหนึ่งซอยที่มี Wi-Fi ใช้ได้เกือบทั้งซอย และสัญญาณแรงขึ้นไปถึงตึกที่ผมนั่งทำงานอยู่ปัจจุบันทีเดียว นอกจากนี้ก็ยังมีสยามสแควร์ นับได้ว่านักเล่นเน็ตบ้านเราโชคดีไม่น้อยเชียวครับ (แม้จะยังไม่โชคดีเท่าสิงคโปร์ หรือ สเปน ที่มีใช้กันในเกือบทุกพื้นที่) …

แต่ช้าก่อนครับ ดิจิตอลริมถนน อย่างที่หัวข้อบอกไว้ไม่ได้หมายถึงเรื่อง Wi-fi อย่างเดียวครับ อันที่จริงผมกำลังจะแนะนำถึงการผสานสื่อดิจิตอล เข้ากับสื่อ OOH (Out of Home Media) ซึ่งผมเรียกแผลงๆไปเองว่า ดิจิตอลริมถนน นี่เองครับ … ช่วงปลายปีที่แล้วใครที่มีโอกาสไปสยามเซ็นเตอร์คงจะได้เห็นโฆษณารองเท้าไนกี้ขนาดใหญ่บนฝาผนัง ซึ่งถ้าลองสังเกตแล้วใครที่สนใจ ก็เลือกที่จะดาวน์โหลดข้อมูลรองเท้านั้นออกจากแผ่นป้ายโฆษณาได้ไม่ยากนะครับ

2D Barcode
โฆษณาอย่างของรองเท้าไนกี้ที่ว่านั้น มีทางเลือกให้คนรักรองเท้าได้ดาวน์โหลดรองเท้า 2 ทางด้วยกันครับ วิธีแรกคือการเอา โทรเข้าหมายเลขโทรศัพท์ 026963888 แล้วก็ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ได้บอกไว้ ระบบก็จะส่งลิงค์มาให้ดาวน์โหลดข้อมูลรองเท้าเอง ส่วนอีกวิธีหนึ่ง ดูจะทันสมัยกว่าแบบแรกอยู่มาก คือการใช้กล้องที่อยู่กับตัวโทรศัพท์ไปจ่อที่รูป บาร์โค้ด ลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม เครื่องโทรศัพท์จะจัดการแปลความเจ้า Bar Code ที่เห็น ว่าเป็นรองเท้ารุ่นไหน อย่างไร แล้วก็ส่งเจ้ารองเท้านั้นเข้าเครื่องมือถือเราได้ทันทีครับ
(สนใจเรื่อง 2D Barcode เข้าไปดูที่
http://www.mobilelife.co.th/mobilelife/t/barcodeaccess/index.html)

Bluecasting
การแข่งขันวิมเบิลดันปี 2006 ไอบีเอ็ม (โดยโอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์) จัดการเนรมิต ต้นไม้วิเศษขึ้นมาตามท้องถนน โดยรอบบริเวณการแข่งขัน ใครที่เดินมาที่ต้นไม้นี้ ไม่ต้องอธิษฐาน เพียงแต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิด Bluetooth ก็พร้อมที่จะรับข้อมูลผลการแข่งขันได้ทันที นอกจากจะรับผลการแข่งขันแล้ว ยังสามารถเข้าไปเลือกลงทะเบียนรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมจากไอบีเอ็ม ได้อีกเช่นกัน นอกเหนือจากต้นไม้วิเศษแล้ว โอกิลวี่ยังสร้าง สนามวิเศษ และ … เก้าอี้กรรมการวิเศษอีกด้วย … การส่งผ่านข้อมูลโฆษณาผ่านเจ้า Bluetooh อย่างที่ว่านั้น ถูกเรียกว่า “Bluecasting” ซึ่งในระยะหลังมานี้มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น คาดว่าปีนี้คงได้เห็นมากขึ้นในเมืองไทยเราครับ เตรียมเปิด Bluetooth ไว้รอรับกันได้เลย
(ดูภาพประกอบ เข้า Google.co.th แล้ว search ด้วย keyword “special tree wimbledon 2006”)

Interactive OOH Media
เจ้า Interactive Media ตัวนี้เปิดโอกาสให้เราได้ “เล่น” กับงานโฆษณาผ่านทาง เทคโนโลยีเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหว และ/หรือ การรับภาพผ่านทาง Digital Camera แล้วนำไปประมวลผล เพื่อเลือกแสดงชิ้นงานโฆษณาออกมาผ่านทางการเคลื่อนไหวของเรา อ่านแล้วเห็นภาพได้ยาก ต้องลองเข้าไปดูตัวอย่างงานครับ ที่
http://www.youtube.com/watch?v=IqVgPZlKpmc สำหรับในบ้านเรา สื่อตัวนี้มีมาโชว์ให้เห็นตั้งแต่งาน TAM ปีที่แล้วครับ เราอาจจะได้เห็นบูธแสดงเทคโนโลยี ของ NOKIA เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จะเห็นแสงจากโปรเจกเตอร์ฉายลงมา พอเราเอามือชนกัน แสงที่ฉายลงมาก็แปลงร่างเป็นโทรศัพท์มือถือ NOKIA ฉายลงมาในมือของเราเรียบร้อยทีเดียว

นอกเหนือจากสองสามเทคโนโลยีข้างต้นแล้ว ยังมีรูปแบบแปลกๆ ให้เห็นอีกนะครับ เช่น Mobile Video Advertising ลองดูที่
http://www.youtube.com/watch?v=2FDrkxB2QFY ได้ และเตรียมติดตามเรื่องใหม่ๆ อย่าง ของ Location-based SMS ด้วยนะครับ ได้ข่าวว่าทางผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ เริ่มที่จะเปิดให้บริการทางด้านโฆษณากันบ้างแล้ว ต่อไป เราอาจจะได้รับ SMS โปรโมชั่นร้านอาหารตอนที่เราอยู่ใกล้ๆ ก็ได้นะครับ

กว่าจะเขียนจบบทความ ก็กลับมานั่งอยู่ในออฟฟิศ เสียแล้วครับ สำหรับท่านไหนที่สนใจเรื่องของ ดิจิตอลริมถนน เขียน e-mail เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันได้นะครับ ทุกวันนี้อะไรๆ ก็พัฒนาไปเร็ว ไล่อ่านไล่ศึกษาคนเดียวอาจจะไม่ทันเสียแล้วครับ … สวัสดีครับ

31 January 2007

Digital Advertising Trend 2007

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวว่าใช้เวลาคิดอยู่นานสองนานนะครับ ว่าจะกล้าเขียนเรื่องนี้หรือเปล่า เนื่องจากได้อ่านข้อเขียนบทความหลายชิ้นที่กล่าวถึงแนวโน้มโฆษณาบนสื่อดิจิตอลซึ่งส่วนใหญ่พูดถึงออนไลน์ ในปีนี้ ก็เกรงว่าจะเขียนเรื่องซ้ำน่าเบื่อไปเสีย แต่พอทางบิสิเนสไทยบอกให้ทราบว่า ปีนี้เน้น “ความคิดเห็น” ได้มากขึ้น จึงค่อยผ่อนคลายสบายใจ มาลองดูกันครับ แนวโน้มปีนี้ น่าจะมีอะไรบ้างครับ

เล่นข้ามสื่อ (Cross Media or Integrated Media)
แต่ไหนแต่ไรมาเราก็มักจะเชียร์นักการตลาด ให้เห็นลักษณะเฉพาะของตัวสื่อเอง เช่นเดียวกับของทุกอย่างครับ มีจุดดีก็ต้องมีจุดด้อย เราก็อยากเห็นแคมเปญโฆษณาที่เอาจุดดีของสื่อ เช่น การเก็บฐานข้อมูล และระบุตัวตนได้ การปรับแต่งเนื้อหาให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายในต้นทุนที่ต่ำ การแก้เกมส์กลางทางได้เพราะวัดผลได้เร็วแม่นยำ ฯลฯ ไปเสริมกับสื่อออฟไลน์ที่มีพลังในการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายได้กว้างกว่า หรืองานสร้างสรรค์ที่มีรายละเอียดมากกว่า ขนาดใหญ่กว่า ดึงดูดสายตาได้มากกว่า ซึ่งต้องเรียนว่าในปี 49 ที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นเยอะขึ้นในบ้านเรา และเชื่อเหลือเกินว่าในปี 50 ซึ่งนักการตลาดหันมาชายตามองสื่อดิจิตอลมากขึ้น เราน่าจะเห็นแคมเปญข้ามสื่อมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์กับอินเตอร์เน็ต สื่อสิ่งพิมพ์กับอินเตอร์เน็ต มือถือ สื่อ out of home กับมือถือ หรือการจับคู่แบบอื่นๆ ตามความสร้างสรรค์

ภาพเสียงสมบูรณ์ผ่านวีดีโอ (Video Advertising)
ในภาวะที่อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงในบ้านเราโตเหมือนติดจรวด (เท่าที่ทราบเร็วที่สุดในเอเชียเลยนะครับ) เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเลือกชม content หรือเนื้อหาที่มีความสมบูรณ์ทางภาพและเสียงได้มากขึ้น และส่งผลมายังผู้ผลิต content รวมถึงนักการตลาดที่จะเล่นกับเรื่องของ วีดีโอ กันอย่างสนุก จึงไม่แปลกที่เราเห็น Video Banner ปรากฏขึ้นในเว็บไซต์ชั้นนำอย่างมาก ในช่วงไตรมาสหลังของปี 49 และน่าจะเห็นเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยครับในปี 50 นี้

แสดงผลในอุปกรณ์หลากหลาย (Multi-Device)
นับวัน โทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์ ใกล้จะกลายเป็นของอย่างเดียวกันไปทุกที แต่ลระหว่างกลางนี้ เราจะได้เห็นอุปกรณ์ลูกผสมเกิดขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะ Smart Phone หรือ PDA ในบ้านเราที่บูมสุดๆ ในปี 49 และราคาน่าจะถูกลงด้วยในปี 50 เมื่อเป็นเช่นนี้จึงน่าเชื่อว่าอัตราการใช้งานสื่ออินเทอร์เน็ตจากอุปกรณ์เคลื่อนที่อื่นๆ น่าจะมากขึ้นไปด้วย ผู้ผลิต เว็บท่าและแน่นอนนักการตลาด คงเตรียมตัวรับเรื่องนี้ไว้ด้วยเช่นกัน

เลิกแทงตาแต่หันมามีส่วนร่วม (Consumer Engagement)
ถ้าทิศทางโฆษณาบ้านเราตามรอยประเทศอื่นๆ ที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ปี 50 นี้เราน่าจะเห็น Banner Ad บางชนิดน้อยลง ชนิดที่ว่านั้นคือ Banner ที่มีลักษณะทิ่มแทงสายตา เช่น Floating Ad หรือ Pop-up Ad ที่เบียดบังเนื้อหาสาระของเว็บไซต์ ก็ลองคิดดูสิครับ แม้แต่ Browser รุ่นหลังๆ หรือ Toolbar แต่ละยี่ห้อที่เราเอามาติด ก็ล้วนแต่มีระบบป้องกัน Pop-up ทั้งสิ้น น่าจะบอกนักการตลาดได้ชัดว่าเรื่องนี้คือสิ่งที่คนไม่ต้องการ แนวการโฆษณาจึงน่าจะไปให้ความสนับสนุนเว็บไซต์ในรูปแบบของ Sponsorship หรือทำบทความเชิงโฆษณา ได้มากขึ้น รวมไปถึงโฆษณาในรูปแบบแปลกๆ ที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน โดยไม่ทำให้รำคาญใจ

E-mail และ SMS Marketing
ด้วยว่าสื่อดิจิตอลนี้เป็นเครื่องมืออย่างดีในการเก็บฐานข้อมูล ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่นักการตลาดจะหันมาเก็บ เก็บ เก็บ และเก็บ ชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร ลูกค้าเอาไว้ใช้ในทางการตลาดต่อไป โดยเฉพาะเมื่อกฎ กติกา ในด้านการโฆษณาสินค้าบางจำพวกยังไม่ชัดเจน การเก็บ Opt-in อีเมล์ หรือเบอร์โทร น่าจะเป็นช่องทางที่สะดวก และเมื่อฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่ขึ้น การจัดส่งข้อมูลการตลาดให้ตรงกับความสนใจของแต่ละคนก็จะมีความสำคัญมากขึ้น

Google
สุดท้ายคงหนีไม่พ้นการรุกคืบเข้ามาของสามค่ายยักษ์ใหญ่ ที่หันมาเปิดบริการ Advertising Solution กันอย่างมาก แต่สำหรับคนไทยแล้วแทบทั้งหมดก็ยังใช้งาน Google และเราน่าจะเริ่มเห็น โฆษณาใน Google มากขึ้นทั้งในรูปของ Search Engine Marketing หรือแบบที่ลงในเว็บไซต์เครือข่ายพันธมิตรของ Google (ที่มีจำนวนสูงขึ้นอย่างมากเช่นกัน)

ตกหล่นเรื่องสำคัญเรื่องไหนไปบ้างหรือเปล่าครับ แนะนำกันมาได้นะครับ เผื่อจะช่วยกันขยายในบทความครั้งหน้า สวัสดีปีหมูทองครับ :-)